แนะนำตัวละคร

เบย์เบลด การ์ตูนสุดฮิตที่ของเด็กยุค 90

Beyblade เป็นการ์ตูนจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเด็กยุค 90 เคย ‘อิน’ กันอย่างสุดๆ จนถึงขนาดต้องเก็บเงินเพื่อนำไปซื้อ Beyblade มาประชันกับเพื่อนเลยทีเดียว โดยเนื้อเรื่องของการ์ตูนเรื่องนี้เล่าถึง ‘Beyblade’ ซึ่งเป็นการนำของเล่นที่มีลักษณะกับคล้ายลูกข่าง มาประลองกับลูกข่างของผู้อื่น ภายในสนามที่จัดไว้ให้ ถ้า Beyblade ของใครหยุดหมุนก่อนหรือกระเด็นออกนอกสนามก็เท่ากับเป็นฝ่ายแพ้

Beyblade ศึกลูกข่างที่เคยเป็นกระแสในยุค 90

‘Beyblade’ ผลิตโดยบริษัท Takara ซึ่งต่อมาถูกนำมาดัดแปลงเป็นหนังสือการ์ตูนในปี ค.ศ. 1999 ผู้เขียน คือ Takao Aoki และได้รับการสร้างเป็น Animation ในปี ค.ศ. 2001มีความยาวทั้งสิ้น 3 ภาคจบ บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับกลุ่มเด็กๆ ที่ต้องการก้าวเข้าสู่ความเป็นหนึ่งของโลก ในการแข่งขัน Beyblade อันสุดตื่นเต้น สำหรับในประเทศไทย Beyblade ฉบับ Anime ภาค 1 กับ ภาค 2 วางจำหน่ายในรูปแบบ VCD ผู้ถือครองลิขสิทธิ์ คือ บริษัท Animedia พร้อมใช้ชื่อเรื่องว่า ‘Beyblade ศึกลูกข่างสะท้านฟ้า’ ส่วนภาค 3 ออกวางจำหน่ายภายใต้การถือลิขสิทธิ์ของ Cartoon Inter จำกัด ใช้ชื่อเรื่องว่า ‘Beyblade 3 ศึกอวสานลูกข่างสายฟ้า’ และได้ออกอากาศทางสถานี UBC และ Modern nine TV ด้วย สำหรับฉบับหนังสือการ์ตูน ผู้ได้รับลิขสิทธิ์ คือ สำนักพิมพ์บงกช

แนะนำตัวละคร

Kinomiya Takao

ตัวเอกของเรื่อง เขาเป็นคนมีนิสัยดื้อรั้น บ้าพลัง ที่บ้านมีโรงฝึกดาบ ด้วยเหตุนี้เขาจึงฝึกดาบมาแต่เล็ก เขาจึงนำเทคนิคจากการฝึกดาบมาใช้ในการชูตนี่เอง Takao เป็นเด็กมีพรสวรรค์ทางด้าน Beyblade ทำให้เขากลายมาเป็นแชมป์โลกถึง 3 สมัยติดๆ กัน Beyblade ของเขามีชื่อว่า Dragon มีวิญญาณสิงสถิต ซึ่งเป็นสัตว์ในตำนานอย่าง มังกรฟ้า

Hiwatari Kai

มีนิสัยเย็นชา สุขุม ระมัดระวัง เป็นคุณชายที่ทางบ้านมีฐานะระดับอภิมหาเศรษฐี โคตรรวย เขาเป็นนักเล่นอีกคนที่มีความเก่งกาจ มี Beyblade ชื่อว่า Dranzer วิญญาณที่สถิตสถิตอยู่ภายในคือ หงส์แดง

Mizuhara Max

ลูกครึ่งอเมริกัน-ญี่ปุ่น เป็นเด็กร่าเริง ยิ้มแย้มตลอดเวลา ที่บ้านเปิดร้านรับซ่อมและขาย Beyblade คุณแม่ของเขาต้องออกจากบ้านไป เนื่องจากต้องไปเป็นศาสตราจารย์ ในศูนย์วิจัย Beyblade เขามี Beyblade ชื่อว่า Drazel สัตว์ในตำนานคือ เต่าคะนอง

Kon Rei

เด็กหนุ่มคนนี้ มาจากหมู่บ้านพยัคฆ์ขาว เขาได้รับตำแหน่งให้เป็นหัวหน้าหมู่บ้านคนต่อไป หากแต่เพราะความที่อยากเห็นโลกกว้าง เขาจึงเดินทางออกมาจากหมู่บ้านเพื่อฝึกฝนตนเอง มี Beyblade ชื่อว่า Driger และวิญญาณคือ พยัคฆ์ขาว

Kyoju

เขาเป็นนักวิจัย Beyblade หรือมันสมองของกลุ่ม มีหน้าที่เก็บข้อมูลการต่อสู้ต่างๆ เพื่อนำมามาปรับปรุงแก้ไข ในการแข่ง Beyblade ในรอบต่อๆ ไป เขามี Beyblade ชื่อว่า Liber

แนะนำตัวการ์ตูนน่าติดตามจากเรื่อง Boruto

หลังจากจบไปอย่างสวยงาม สมบูรณ์แบบเรื่องหนึ่งของมังงะในยุคนี้อย่าง นารุโตะ นินจาจอมคาถาผ่านมาได้อีกไม่นานก็ถึงคราวการผจญภัยบทใหม่นั่นคือ Boruto ตัวละครที่ถือว่าเป็นรุ่นลูกของนารุโตะ หลายคนที่ยังไม่ได้ติดตามอาจจะยังคิดไม่ตกว่าจะติดตามดีไหม วันนี้เรามีเรื่องราวน่าสนใจของตัวการ์ตูนในเรื่อง Boruto มาแนะนำกัน

ซาสึเกะ นินจาจอมพเนจร

เริ่มกันที่ ซาสึเกะก่อน แม้ว่าจะจบสงครามโลกนินจาและทุกคนก็ไม่ได้มองว่า เค้าคือ อาชญากรสงครามอีกแล้ว แต่ตัวเค้าเองก็เลือกที่จะลงโทษตัวเองด้วยการอพยพออกจากแคว้น ร่อนเร่พเนจรไปทั่ว ซึ่งภาคนี้การออกพเนจรของเค้าทำให้เค้าอาจจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับอะไรบางอย่างได้ แน่นอนว่าเราจะได้เห็น ซาสึเกะ โชว์เทพแน่นอนแต่จะเก่งได้มากกว่าเดิมไหมอันนี้ต้องดู อีกพาร์ทหนึ่งในฐานะพ่อของซาราดะกับสามีของซากุระ จะมีซีนอารมณ์ ซีนดราม่าไหมต้องดู

นารุโตะ ความสุขบนความฝันในความจริงไม่ง่าย

พระเอกของเรื่องอย่าง นารุโตะเอง ภาคนี้เค้าได้เป็นโฮคาเงะสมใจ พร้อมกับอยู่บนจุดสูงสุดของนินจาตามที่ตั้งใจไว้ แต่เอาเข้าจริงเค้าเองก็รู้ซึ้งว่าการทำให้ตัวเองมีความสุข จากความฝันในวัยเด็กบนโลกแห่งความจริงนั้นไม่ง่ายเลย แคว้นโคโนโฮะแม้จะสงบสุขจากการดูแลของเค้า แต่ครอบครัวของนารุโตะเองก็มีปัญหาเหมือนกัน น่าคิดว่านารุโตะตอนผู้ใหญ่นี้จะแก้ไขสถานการณ์ทุกอย่างในฐานะโฮคาเงะได้ยังไง ระหว่างหน้าที่กับครอบครัวเค้าจะเลือกอะไร ซีนนี้ต้องมี

ซาราดะ “ฉันอยากจะเป็นโฮคาเงะ”

เล่าเรื่องของรุ่นลูกกันบ้าง ทีมของโบรูโตะประกอบไปด้วย ซาราดะ และ มิทซึกิ ซาราดะนั้นเป็นสายเลือดโดยตรงจาก ซาสึเกะ และตระกูลอุจิวะ ความน่าสนใจของเธออยู่ตรงความฝันของเธอ เธออยากเป็นโฮคาเงะงานนี้ต้องมาลุ้นกันว่า สายเลือดตระกูลอุจิวะคนนี้จะขึ้นไปสู่โฮคาเงะได้หรือไม่ในตอนสุดท้าย

โบรุโตะ “ฉันจะเป็นนินจาที่เก่งที่สุด”

ฝั่ง Boruto พระเอกของเรื่องกลับมีความคิดแตกต่างกันไปจากปู่ และ พ่อ ที่เป็นโฮคาเงะอยู่แล้ว เค้าไม่ได้มีความคิดอยากเป็นโฮคาเงะอีกแล้ว แต่เค้าต้องการเข้าสู่วิถีนินจาให้ได้มากที่สุด อันนี้ก็ต้องมาคอยดูกันว่า Boruto พระเอกของเราจะก้าวขึ้นไปเป็นนินจากที่เก่งสุดในโลกได้ยังไง (แถมในเรื่องยังเป็นโลกนินจา+วิทยาศาสตร์ด้วยนะ)

ส่วนอีกหนึ่งตัวละครลับที่ผู้เขียนหวังว่าจะให้โผล่มานั่นคือ จิไรยะ หรือ ท่านเซียนกบจอมลามกอาจารย์ของนารุโตะ นั่นเองหากใครจำได้ ท่านจิไรยะ ตายก็จริงในศึกกับเพน แต่ก็ไม่พบศพเนื่องจากจมน้ำไป น่าสนใจว่าผู้เขียนจะปลุกชีพท่านจิไรยะมาได้หรือเปล่า หากมาจริงแล้วมาในฐานะศัตรูรับรองดรามา มาเต็ม

พิเศษกว่าใคร อ้วนกลมหุ่นยนต์สีฟ้า โดราเอมอน

การ์ตูนญี่ปุ่นที่ครองใจเด็กไทยมาหลายสิบปีต้องมีชื่อของเจ้าแมวสีน้ำเงินตัวอ้วนกลมอย่าง โดราเอมอน อยู่ด้วยอย่างแน่นอน นี่คือการ์ตูนยอดฮิตที่เข้ามาไทยเมืองไทยเมื่อกว่า 30 ปีมาแล้วแต่ความไม่น่าเชื่อก็คือแม้ตัวการ์ตูนอย่างโดราเอมอน จะถือกำเนิดมายาวนานแต่ความนิยมของคนไทยกลับไม่ได้ลดลงเลย คนที่เคยดูการ์ตูนเรื่องนี้ตั้งแต่ตอนเป็นเด็กพอโตมาก็ยังคงนิยมดูกันอยู่อย่างไม่เสื่อมคลาย ว่าแล้วลองมาทำความรู้จักกับประวัติของเจ้าแมวอ้วนกลมสีฟ้ากันหน่อยดีกว่าว่ามีที่มาที่ไปอย่างไรกันบ้าง

ประวัติอันน่าสนใจของตัวการ์ตูนโดราเอมอน

สำหรับตัวโดราเอมอนถูกผลิตขึ้นจากโรงงานมัตซึชิบะในกรุงโตเกียว เมื่อวันที่ 3 กันยายน ศตวรรษที่ 22 โดยสถานะเวลานั้นคือการเป็นหุ่นยนต์สำหรับดูแลเด็กๆ ทว่าด้วยความผิดพลาดบางประการทำให้โดราเอมอน ไม่เหมือนกับหุ่นยนต์ดูแลเด็กตัวอื่นจำเป็นต้องมีการเข้าอบรม ในห้องเรียนพิเศษซึ่งต่อมาเขาก็ได้พบกับเพื่อนๆ กลุ่มโดราเอมอนนั่นเอง กระทั่งวันหนึ่งได้มีการจัดงาน โรบอต ออดิชั่น หรือ งานแสดงหุ่นยนต์ เป็นงานสำหรับการจัดแสดงความสามารถของบรรดาหุ่นยนต์ทั้งหลายซึ่งผ่านการอบรมเรียบร้อย แต่ด้วยความซนของเซวาชิตอนเด็กทำให้เขาไปกดปุ่มเลือกซื้อโดราเอมอนไว้ที่บ้าน นั่นทำให้แมวหุ่นยนต์โดราเอมอนเข้ามาอยู่ในตระกูลโนบิ ดั้งเดิมของตัวโดราเอมอนมีสีเหลือง มีหู 2 ข้าง ทว่าได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้นเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม เซวาชิได้มีการใช้หุ่นยนต์รูปหนูแก้ตัวรูปปั้นเพื่อจะสร้างไว้ให้โดราเอมอน แต่ปรากฏว่าหุ่นยนต์หนูดันเข้าใจผิดให้แก้ที่หูของโดราเอมอนทำให้หุ่นยนต์หนูไปกัดแทะใบหู ระหว่างที่เจ้าแมวหุ่นยนต์นอนหลับจนไม่สามารถซ่อมได้ ระหว่างรักษาตัวในโรงพยาบาลแฟนของโดราเอมอนก็มาเยี่ยม แต่พอรู้ว่าเหลือแต่หัวกลมเธอก็หัวเราะทำให้โดราเอมอนเสียใจมาก พยายามกินยาแก้โศกเศร้าแต่ปรากฏว่ายิ่งเศร้ากว่าเดิม ร้องไห้ไม่หยุด 3 วัน 3 คืนริมทะเล ทำให้สีลอกกลายเป็นสีฟ้าอย่างที่เราเห็นและกลายเป็นแมวหุ่นยนต์กลัวหนูไป

ความสามารถพิเศษของแมวอ้วนตัวนี้คือมีของวิเศษจากโลกศตวรรษที่ 22 มาให้ใช้มากมายซึ่งที่เราคุ้นเคยกันคือ คอปเตอร์ไม้ไผ่, ประตูไปไหนก็ได้, ไฟฉายย่อส่วน, ไฟฉายขยายส่วน เป็นต้น โดยอาหารที่โปรดปรานสุดๆ คือ ขนมโดรายากิ หรือ ขนมแป้งทอดนั่นเอง

 

ความสามารถของ พระเอก ดาร์คชไนเดอร์และ 4 จตุราชา ใน bastard อสูรร้ายจอมราชัน

ในยุคหนึ่งเมื่อประมาณ 20 กว่าปีก่อนการ์ตูนประเภทแฟนตาซีผสมผสานกับเวทมนตร์ถือว่าเป็นอะไรที่ฮิตติดลมบนกันแบบสุดๆ ชนิดที่ว่าคนติดกันทั่วบ้านทั่วเมือง ยิ่งในยุคนั้นหนังสือการ์ตูนถือเป็นความบันเทิงประเภทที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทำให้การ์ตูนหลายๆ เรื่องเองก็พลอยได้รับความนิยมไปด้วย และหากจะพูดกันถึงการ์ตูนประเภทแฟนตาซีเวทมนตร์ในยุคนั้นก็ต้องนึกไปถึงการ์ตูนสุดสนุกเรื่องหนึ่งที่ชื่อว่า bastard อสูรร้ายจอมราชัน ที่แม้ทุกวันนี้ตัวการ์ตูนเองยังไม่มีตอนจบที่สมบูรณ์แบบบวกกับยังไม่รู้ว่าเล่มต่อๆ ไปจะออกมาตอนไหน บางคนถึงกับบอกว่าไม่รู้ชีวิตนี้จะได้อ่านตอนจบของการ์ตูนเรื่องนี้หรือไม่ก็แล้วแต่มุมมองความคิดของแต่ละคน อย่างไรก็ตามตัวละครหลักที่ทำให้การ์ตูนเรื่องนี้สนุกก็มีอยู่ด้วยกันหลายตัวแต่หลักๆ ที่คนอ่านต้องรู้จักกันเป็นอย่างดีจะประกอบไปด้วยดาร์คชไนเดรอ์และ 4 จตุราชาอดีตลูกน้องของตัวพระเอกในเรื่องนั่นเอง

รู้จักกับความสามารถของพระเอกและ 4 จตุราชาใน bastard อสูรร้ายจอมราชัน 

ต้องย้อนความให้เข้าใจถึงการปูพื้นฐานการ์ตูนเรื่องนี้สักเล็กน้อย เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอาณาจักรเมทาลิกาน่าที่มีความสงบสุขมาอย่างยาวนานหลังจากสงครามครั้งใหญ่กว่า 15 ปีที่ผ่านมาทว่าในเวลานี้อาณาจักรดังกล่าวกำลังถูกบุกโจมตีด้วยพ่อมดออสบอร์นและกองทัพทำให้อาณาจักรเมทาลิกาน่ากำลังถึงเวลาล่มสลายเนื่องจากไม่สามารถต่อสู้ได้ทำให้อาณาจักรแห่งนี้ต้องพึ่งไปที่ความหวังสุดท้ายนั่นคือ ลูเซ่ เรนเรน หนุ่มน้อยที่รักการซักผ้าเป็นชีวิตจิตใจ แต่จริงๆ แล้วในร่างกายของเขาถูกฝังเอาไว้ด้วยพลังดาร์คที่ปิดตายในตัวเขา โดยในอดีตดาร์คชไนเดอร์พร้อมด้วยขุนพลทั้ง 4 ของเขาต้องการที่จะยึดครองโลกแต่มีผู้กล้าได้ปิดผนึกตัวดาร์คเอาไว้ในตัวของเขาทำให้เวลานี้เขาจำเป็นต้องใช้สิ่งที่เขามีในตัวออกมาต่อสู้กับอดีตลูกน้องของเขานั่นเอง โดยความสามารถของดาร์คชไนเดอร์พร้อมด้วย 4 จตุราชามีดังนี้

  • ดาร์คชไนเดอร์ – สุดยอดนักเวทมนตร์ที่มีความเก่งกาจมากที่สุดในโลก มีคาถาธาตุไฟที่ใช้เป็นพลังในการทำลายล้างขั้นสูง
  • อาเชส เน – เอลฟ์แห่งความืด ทีดาร์กชไนเดอร์เคยเก็บจากในป่ามาเลี้ยง ถือเป็นราชินีแห่งสายฟ้ามีทั้งดาบและเวทมนตร์เป็นอาวุธ
  • ได อามอน – แวมไพร์กล้ามใหญ่จอมดูดเลือดลูกน้องของอาเชส ชอบดูดเลือดศัตรูเพื่อให้หมดพลังได้
  • คาล ซู – จอมเวทย์ผู้มีคาถาความเย็นสามารถโจมตีได้ในวงกว้าง
  • อาบิเกล – นักบวชมืดแต่โดนเทพแห่งการทำลายล้างครอบงำ

Kurapika เทพแห่งความตายกลุ่มของกลุ่มแมงมุม

การ์ตูนที่เป็นผลงานชิ้นเอกของอาจารย์โยชิฮิโร่ โทงาชิที่หลายๆ คนติดตามกันมาตลอดและในช่วงที่อาจารย์ โยชิฮิโร่ โทงาชิ มีปัญหาบางอย่างจึงได้หยุดเขียนไปเป็นเวลาถึง 2 ปีเต็ม ทำเอาแฟนๆ ใจหายใจคว่ำเพราะต้องการติดตามตอนต่อไปของเรื่องที่เข้มข้น เรื่องนั้นก็คือ การ์ตูนเรื่อง HunterxHunter และสุดท้ายอาจารย์ก็ได้กลับมาแต่งตอนต่อๆ มาของเรื่อง HunterxHunter จนได้

ในเรื่อง HunterxHunter นี้มีตัวละครหลักที่คอยดำเนินเรื่องอยู่กลุ่มหนึ่งซึ่งจะเรียกได้ว่าเป็นพระเอกทั้ง 4 ในเรื่องก็ดูจะไม่ผิด ได้แก่ กอร์น คิรัวร์ เลโอลีโอ และคุราปิก้า ในทั้งหมดนี้ต่างก็มีบุคลิกแรงจูงในและการกระทำที่แตกต่างกันไปก็ไม่แปลก เพราะอยู่ที่ความเป็นมาของแต่ละคนนั่นเอง กอร์นมีแรงจูงใจในการฝึกเพื่อที่จะตามหาพ่อ คิรัวร์มีแรงจูงใจที่การเล่นสนุกและแข่งอยู่กับกอร์น แต่ด้วยความชอบเล่น พื้นฐานทางบ้านก็ส่งเสริมได้ดีเพราะเป็นครอบครัวนักฆ่าอยู่แล้วและยังชอบเอาชนะ ในเกมก็เลยทำให้พัฒนาฝึกฝนฝีมือมาจนเก่งได้ เลโอลีโอโดดเด่นไปกับฝีมือทางการแพทย์ที่เขามุ่งมั่นมากกว่า ตัวละครที่แตกต่างไปจากเพื่อนๆ และจะยกมาพูดถึงในที่นี้ก็คือ คุราปิก้า

คุราปิก้าตลอดมาถ้าสังเกตจะเห็นว่ามีฝีมือที่พัฒนาและมีการเรียนรู้ที่ไวกว่าคนอื่น สาเหตุน่าจะมาจากแรงจูงใจที่ต้องการรีบเก่งและรีบฝึกปรือฝีมือให้พัฒนาเร็วๆ เพื่อที่จะไปแก้แค้นนั่นเอง คุราปิก้ายังมีความพิเศษที่มีเนตรสีเพลิงช่างคิดและหัวดีกว่าเพื่อน เวลาที่เจอเข้ากับพวกเงามายาจะดูโหดสุดในบรรดาเพื่อนทั้งหมด ประวัติของคุราปิก้าเขาเกิดที่หุบเขาลูคุโซ เขาคือผู้รอดชีวิตจากการฆ่าเพื่อล้างเผ่าพันธุ์คูลท์เพราะตอนนั้นคุราปิก้าในวัย 7 ขวบบังเอิญออกไปจากหมู่บ้าน คนเผ่านี้เวลาโกรธเนตรจะเป็นสีเพลิง แม้แต่จะสิ้นชีวิตไปแล้วในเวลาโกรธจัด ดวงตาก็ยังเป็นสีเพลิงอยู่ดี ซึ่งเป็นที่ต้องการของนักสะสม เพื่อนร่วมเผ่าที่ถูกฆ่าต่างถูกควักเนตรสีเพลิงไป คุราปิก้ามีความแค้นและต้องการตามหาเนตรของคนในเผ่ากลับมา ปัจจุบันเขาเป็นเน็นสายแปรสภาพ มีวันเกิดวันที่ 4 เมษายน เมื่อใดก็ตามที่เขามีความโกรธเนตรจะเปลี่ยนเป็นสีเพลิง เน็นของเขาจะกลายเป็นสายพิเศษใช้พลังงานทุกสายได้เต็ม 100 ในทันที บุคลิกและนิสัยของคุราปิก้าโดยปกติจะเป็นคนใจเย็น สงบ ถ้าไม่มีสิ่งใดมากระตุ้นหรือเกิดความรู้สึกโกรธ แค้น กำเริบขึ้นมา เขามีอาวุธประจำตัวเป็นดาบสองมือ

4 จตุรเทพ Toriko มีใครบ้างและมีความสามารถอะไรบ้าง

Toriko เป็นการ์ตูนจากประเทศญี่ปุ่นถูกเขียนขึ้นมาโดย มิตสึโทชิ ชิมาบุคุโระ ลงตีพิมพ์เป็นครั้งแรกในนิตยสารโชเน็นจัมป์ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2551 ถือว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจนมีการลงตีพิมพ์มาจนถึงปัจจุบันนี้ นอกจากนี้ยังได้มีการจัดพิมพ์เป็นหนังสือการ์ตูนมาแล้ว เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับการผจญภัยของนักล่าอาหารที่ต้องการค้นหาอาหารหายากและหลากหลายเพื่อเก็บเป็นเมนูให้ครบโดยตัวละครเอกแต่ละตัวก็จะมีความสามารถต่างกันออกไปดังนี้

4 จตุรเทพกับความสามารถจากการ์ตูน Toriko

โทริโกะ – เป็นผู้ค้นพบวัสดุกว่า 2% จากวัตถุดิบที่รู้จักในโลกมนุษย์ ตัวใหญ่ผมฟ้า มีความตะกละแต่ใจดี อ่อนโยน มีไหวพริบ ช่ำองเรื่องการต่อสู้ เรียนรู้ทักษะต่างๆ ได้ไว ซื่อสัตย์ในคำสาบาน จะโกรธเมื่อมีการฆ่าอย่างไร้เหตุผลหรือการใช้วัตถุดิบเป็นเครื่องมือในการสิ่งไม่ดี ต้องการนำหนึ่งในฟูลคอร์สของนักล่าอาหารอาคาเชีย GOD มาใส่เป็นของตนเอง มีท่าไม้ตาย เช่น มีดบิน, ส้อมบิน, เลกไนฟ์, หมัดตะปู เป็นต้น

โคโคะ – ชายผู้อ่อนโยน สุภาพ ทว่าแท้จริงแล้วเป็นพวกมีดโกนอาบน้ำผึ้ง ได้รับฉายาจากเพื่อนๆ ใน 4 จตุรเทพว่า ไอ้หนุ่มใจดีผู้ที่มีพิษนับ 500 ชนิด สามารถใช้พิษจู่โจมพร้อมกับการรักษาตัว ดูดวงได้ สายตามีประสิทธิภาพสูงมองเห็นได้แม้กระทั่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ใช้ในการทำนายดวงชะตาผู้อื่น มองเห็นลางมรณะได้ กับความหลากหลายของพิษที่มีทำให้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการต่อสู้ได้หลากหลาย ท่าไม้ตาย เช่น พอยซั่นไรเฟิล, พอยซั่นอาร์เมอร์, เฮลพอยซั่น เป็นต้น

ซันนี่ – มีผมสีขาว, ฟ้า, ชมพู และเขียวบนหัว ทำหน้าที่ต่างกันทั้งรับความเย็น ความเจ็บปวด ความร้อน เป็นคนที่สำอางที่สุด ใช้เส้นผมเป็นอาวุธ สามารถรับน้ำหนักได้ถึง 300 กก. แต่ละเส้นจะมีทักษะต่างกัน อาทิ ยกสิ่งของหนักๆ ได้, ยืดระยะการต่อสู้ให้ไกล, เดินบนน้ำคล้ายแมงมุมน้ำ, ไต้หน้าผาหรือแบกแมมมอธตัวใหญ่ ก็ไม่ใช่ปัญหา แต่เขาจะห่วงเรื่องความงามเป็นหลัก เมื่อโกรธจะไม่ให้คนอื่นเข้าใกล้ ท่าไม้ตาย เช่น พลิกตะหลิว, แฮร์พันช์, แฮร์ล็อก เป็นต้น

ซีบร้า – ปากจะฉีกยาวไปจนแก้ม เพราะต้องการกินอาหารให้ได้มากที่สุด นิสัยบ้าดีเดือด กินเยอะ สามารถใช้เสียงและคลื่นต่างๆ ทำให้มีพร้อมทั้งพลังทำลายและเก่งด้านการต่อสู้ที่สุด มีหูนรกแม้เหรียญตกไกลสิบเมตรก็ได้ยิน ทำให้การเต้นของหัวใจก็ไม่ใช่ปัญหาทำให้รู้ว่าคนนั้นโกหกหรือไม่ แต่ก่อนถูกคุมขังไว้ในฮันนี่พรีซั่นก่อนถูกปล่อยตัวออกมา ท่าไม้ตาย เช่น ซาวด์บาซูก้า, วอยซ์มิสไซส์, กำแพงเสียง เป็นต้น