Author: admin

digimon adventure tri: เมื่อเพื่อนเก่ากลับมาอีกครั้ง

หากคุณเป็นวัยรุ่นยุค 90 หรือช่วงต้นมิลเลนเนียม แล้วโตมากับช่อง 9 การ์ตูน เชื่อว่าหนึ่งในการ์ตูนที่ฉายทางช่อง9 แล้วประทับใจจนต้องเสียน้ำตากันมากที่สุดในยุคนั้นคงหนีไม่พ้นเรื่องราวความรัก มิตรภาพระหว่างเพื่อน และสัตว์จากโลกดิจิตอลที่ชื่อว่า ดิจิมอน อย่างแน่นอน แม้ว่าจะจบไปนานแต่ตอนนี้กลุ่มเด็กที่ถูกเลือกได้กลับมา หาเราอีกครั้งแล้วภายใต้การผจญภัยครั้งใหม่ชื่อว่า digimon adventure : tri

เนื้อเรื่องย่อ ของ digimon adventure : tri

เรื่องราวของ digimon adventure : tri ยังคงเป็นเรื่องราวของเด็กที่ถูกเลือกกลุ่มแรกที่ตอนนี้พวกเค้าไม่ใช่เด็ก ป.5 ที่อาจจะยังไม่รู้จักโลกมากนัก คราวนี้พวกเค้ากลับมาอีกครั้งในวัย 17 ปี ซึ่งการกลับมาเจอกันของพวกเค้าทั้งหมดนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ โลกมนุษย์ และโลกดิจิตอลกำลังมีอันตรายรอให้พวกเค้า ร่วมมือกับคู่หูอันคุ้นเคยเพื่อกลับไปช่วยเหลืออีกครั้งซึ่งงานนี้บอกเลยว่าไม่ง่ายเหมือนครั้งก่อน แต่พวกเค้าก็พร้อมจะเจอกับศัตรูแข็งแกร่งกว่าเดิม

เรื่องราวหลังจากจบภาคแรก

ประเด็นหนึ่งทำให้แฟนซีรีย์ภาคนี้รอคอยกันมากสุด คงเป็นเรื่องราวหลังจากจบภาคแรก และภาคสองไปแล้ว พวกเราที่โตมากับพวกเค้าต่างก็อยากรู้ว่า ในช่วงเวลาที่เราเติบโตในแบบของเราเองนั้น เหล่าเด็กผู้ถูกเลือกเหล่านี้จะเติบโตไปอย่างไร แล้วก็ไม่ทำให้ผิดหวังเด็กผู้ถูกเลือกแต่ละคน ต่างดำเนินชีวิตในแบบความเป็นมนุษย์ของตัวเอง(ไม่ได้เวอร์หรือเก่งสุดโต่งแบบสมบูรณ์แบบ) พวกเค้าต้องเจอเรื่องที่ดีและไม่ดีชีวิตปะปนกันไป การได้กลับมารวมตัวกันคราวนี้เหมือนกับพวกเค้ามาเล่าเรื่องให้พวกเราฟังว่า พวกเค้าไปทำอะไรมาเจออะไรมาบ้าง

เหล่าคู่หูที่กลับมาอย่างพร้อมหน้า

นอกจากเรื่องราวของไทจิและผองเพื่อนแล้ว พวกเรายังรอดูว่าเหล่าดิจิมอนสเตอร์คู่หูจะมีสภาพเปลี่ยนไปอย่างไรเมื่อผ่านไปหลายปี(แม้ว่าจะมีอีกหลายซีรีย์แต่ตัวละครกลุ่มนี้ก็แทบไม่เคยโผล่ออกมา) ซึ่งพวกเค้าก็โผล่ออกมาในสภาพเดิมเหมือนที่คุ้นเคย แล้วถามว่าจะมีร่างใหม่ ร่างอัพเกรดกว่าเดิมไหม อันนี้ต้องไปดูกันเองเดี๋ยวไม่อิน

ถือว่าเป็นภาคที่ผู้สร้างต้องการทำให้คนที่เคยติดตาม รุ่นแรกมาแล้วในตอนเด็กกลับมาดูดิจิมอนอีกครั้งหนึ่ง แน่นอนว่ามันได้ผลอย่างมากเสียด้วย ดิจิมอนในภาคนี้ ทั้งตัวเอกและตัวร้าย ต่างเข้าใกล้ความเป็นมนุษย์มากขึ้น กลุ่มของไทจิได้มีแนวคิดที่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น พวกเค้าเหมือนกับวัยรุ่นช่วงสุดท้ายก่อนจะเข้าสู่วัยผู้ใหญ่อย่างเต็มตัว เนื้อเรื่องสนุกได้ข้อคิดและแอบมีน้ำตา ความสุขแห่งความคิดถึงเมื่อได้เจอเพื่อนเก่าเหล่านี้ด้วย ลองไปหามาดูกัน

แนะนำตัวการ์ตูนน่าติดตามจากเรื่อง Boruto

หลังจากจบไปอย่างสวยงาม สมบูรณ์แบบเรื่องหนึ่งของมังงะในยุคนี้อย่าง นารุโตะ นินจาจอมคาถาผ่านมาได้อีกไม่นานก็ถึงคราวการผจญภัยบทใหม่นั่นคือ Boruto ตัวละครที่ถือว่าเป็นรุ่นลูกของนารุโตะ หลายคนที่ยังไม่ได้ติดตามอาจจะยังคิดไม่ตกว่าจะติดตามดีไหม วันนี้เรามีเรื่องราวน่าสนใจของตัวการ์ตูนในเรื่อง Boruto มาแนะนำกัน

ซาสึเกะ นินจาจอมพเนจร

เริ่มกันที่ ซาสึเกะก่อน แม้ว่าจะจบสงครามโลกนินจาและทุกคนก็ไม่ได้มองว่า เค้าคือ อาชญากรสงครามอีกแล้ว แต่ตัวเค้าเองก็เลือกที่จะลงโทษตัวเองด้วยการอพยพออกจากแคว้น ร่อนเร่พเนจรไปทั่ว ซึ่งภาคนี้การออกพเนจรของเค้าทำให้เค้าอาจจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับอะไรบางอย่างได้ แน่นอนว่าเราจะได้เห็น ซาสึเกะ โชว์เทพแน่นอนแต่จะเก่งได้มากกว่าเดิมไหมอันนี้ต้องดู อีกพาร์ทหนึ่งในฐานะพ่อของซาราดะกับสามีของซากุระ จะมีซีนอารมณ์ ซีนดราม่าไหมต้องดู

นารุโตะ ความสุขบนความฝันในความจริงไม่ง่าย

พระเอกของเรื่องอย่าง นารุโตะเอง ภาคนี้เค้าได้เป็นโฮคาเงะสมใจ พร้อมกับอยู่บนจุดสูงสุดของนินจาตามที่ตั้งใจไว้ แต่เอาเข้าจริงเค้าเองก็รู้ซึ้งว่าการทำให้ตัวเองมีความสุข จากความฝันในวัยเด็กบนโลกแห่งความจริงนั้นไม่ง่ายเลย แคว้นโคโนโฮะแม้จะสงบสุขจากการดูแลของเค้า แต่ครอบครัวของนารุโตะเองก็มีปัญหาเหมือนกัน น่าคิดว่านารุโตะตอนผู้ใหญ่นี้จะแก้ไขสถานการณ์ทุกอย่างในฐานะโฮคาเงะได้ยังไง ระหว่างหน้าที่กับครอบครัวเค้าจะเลือกอะไร ซีนนี้ต้องมี

ซาราดะ “ฉันอยากจะเป็นโฮคาเงะ”

เล่าเรื่องของรุ่นลูกกันบ้าง ทีมของโบรูโตะประกอบไปด้วย ซาราดะ และ มิทซึกิ ซาราดะนั้นเป็นสายเลือดโดยตรงจาก ซาสึเกะ และตระกูลอุจิวะ ความน่าสนใจของเธออยู่ตรงความฝันของเธอ เธออยากเป็นโฮคาเงะงานนี้ต้องมาลุ้นกันว่า สายเลือดตระกูลอุจิวะคนนี้จะขึ้นไปสู่โฮคาเงะได้หรือไม่ในตอนสุดท้าย

โบรุโตะ “ฉันจะเป็นนินจาที่เก่งที่สุด”

ฝั่ง Boruto พระเอกของเรื่องกลับมีความคิดแตกต่างกันไปจากปู่ และ พ่อ ที่เป็นโฮคาเงะอยู่แล้ว เค้าไม่ได้มีความคิดอยากเป็นโฮคาเงะอีกแล้ว แต่เค้าต้องการเข้าสู่วิถีนินจาให้ได้มากที่สุด อันนี้ก็ต้องมาคอยดูกันว่า Boruto พระเอกของเราจะก้าวขึ้นไปเป็นนินจากที่เก่งสุดในโลกได้ยังไง (แถมในเรื่องยังเป็นโลกนินจา+วิทยาศาสตร์ด้วยนะ)

ส่วนอีกหนึ่งตัวละครลับที่ผู้เขียนหวังว่าจะให้โผล่มานั่นคือ จิไรยะ หรือ ท่านเซียนกบจอมลามกอาจารย์ของนารุโตะ นั่นเองหากใครจำได้ ท่านจิไรยะ ตายก็จริงในศึกกับเพน แต่ก็ไม่พบศพเนื่องจากจมน้ำไป น่าสนใจว่าผู้เขียนจะปลุกชีพท่านจิไรยะมาได้หรือเปล่า หากมาจริงแล้วมาในฐานะศัตรูรับรองดรามา มาเต็ม

กลุ่มคนอันตรายไปที่ไหนก็มีแต่คดีฆาตกรรมโคนัน

ตัวละครจากการ์ตูนเรื่อง โคนันยอดนักสืบ

การ์ตูนเรื่องยอดนักสืบจิ๋วโคนันเป็นการ์ตูนแนวสืบสวนสอบสวนที่ได้รับความนิยมมากๆ ทั้งในญี่ปุ่นและเมืองไทยเอง ด้วยพล็อตเรื่องอันน่าสนใจเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมต่างๆ พร้อมวิธีการแฝงตัวคนร้าย การผูกเรื่องระหว่างตัวละครต่างๆ รวมไปถึงการคลี่คลายคดี ทุกอย่างมันเหมาะสมจนความสนุกของการ์ตูนเรื่องนี้ไม่เลือนหายไปเลย ซึ่งเรามักสังเกตว่าตัวละครของการ์ตูนอย่างโคนันที่ต้องมีทุกตอนประกอบไปด้วย โคนัน, โมริ โคโกโร่ และรัน โคโกโร่ เพราะฉะนั้นมาดูบทบาทในการ์ตูนของตัวเอกทั้ง 3 ตัวว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง

ตัวละครจากโคนันยอดนักสืบ

  1. เอโดงาวะ โคนัน – จริงๆ แล้วโคนันแต่ก่อนคือหนุ่มนักเรียน ม.ปลาย นามว่า คุโด้ ชินอิจิ มักชอบทำการสืบคดีจนได้รับการยกย่องต่างๆ มากมาย กระทั่งวันหนึ่งของได้พาแฟนสาวคือ รัน โคโกโร่ ไปยังสวนสนุกทรอปิคอลแลนด์ กระทังเขาได้ไขคดีหนึ่งจนสำเร็จแต่ด้วยความอยากรู้จึงขอแยกตัว กับรันไปตามหาอะไรบางอย่างกระทั่งโดนกลุ่มชายชุดดำตีหัวและกรอกยาพิษ หวังจะให้ตายแต่เขากลับร่างหดลงกลายเป็นเด็ก ดังนั้นเพื่อต้องการสืบเสาะหาตัวองค์กรชายชุดดำเขาจำเป็นต้องย้ายไปอยู่บ้านของรันกับ โมริ โคโกโร่ พ่อของนางเอกที่มีอาชีพเป็นนักสืบ และเปลี่ยนชื่อตนเองเป็นเอโดงาวะ โคนัน โดยหลังจากได้ตัวเล็กลงเขาก็มีโอกาสคลี่คลายคดีบ่อยๆ ด้วยการแปลงเสียงเป็นโมริพร้อมยิงลูกดอกยาสลบ
  2. โมริ โคโกโร่ – พ่อของรัน โคโกโร่ มีอาชีพเป็นนักสืบเปิดสำนักงานนักสืบในอดีตเคยเป็นตำรวจ เป็นคนหลงตัวเองมาก ชอบเล่นไพ่นกกระจอก แต่ก็เป็นคนเก่งเรื่องยูโดกับยิงปืน เป็นคนตลกออกแนวห่ามๆ ประจบประแจงเก่ง และมักแก้ไขคดีได้โดยเจ้าตัวไม่รู้เรื่องเพราะลูกดอกยากสลบของโคนัน จนได้รับฉายาว่า โคโรโร่ นิทรา เขามักไปยังสถานที่เกิดเหตุจนต้องมีเรื่องให้คลี่คลายคดีเป็นประจำแต่กระนั้นก็น้อยมากๆ ที่โมริ โคโกโร่ จะสามารถคลี่คลายได้ด้วยตนเองโดยปราศจากการช่วยเหลือของโคนันหรือคนอื่นๆ
  3. รัน โคโกโร่ – หรือ โมริ รัน ลูกสาวคนเดียวของ โมริ โคโกโร่ เป็นนักเรียน ม.ปลาย หัวหน้าชมรมคาราเต้ เป็นแฟนกับคุโด้ ชินอิจิ หรือโคนันตอนที่ยังไม่โดนยาพิษนั่นเอง เธอไม่เคยรู้เลยว่าโคนันก็คือคุโด้ ชินอิจิ แฟนของเธอ เธอมักเข้าใจว่าชินอิจิอยู่ที่ไหนสักแห่งแล้วรอวันเวลาที่เหมาะสมจึงมาปรากฏตัวให้เธอได้เห็น แต่ก็เป็นคนที่มักช่วยเหลือโคนันจนคลี่คลายคดีต่างๆ ได้สำเร็จลุล่วงอยู่บ่อยครั้งเช่นกัน

พิเศษกว่าใคร อ้วนกลมหุ่นยนต์สีฟ้า โดราเอมอน

การ์ตูนญี่ปุ่นที่ครองใจเด็กไทยมาหลายสิบปีต้องมีชื่อของเจ้าแมวสีน้ำเงินตัวอ้วนกลมอย่าง โดราเอมอน อยู่ด้วยอย่างแน่นอน นี่คือการ์ตูนยอดฮิตที่เข้ามาไทยเมืองไทยเมื่อกว่า 30 ปีมาแล้วแต่ความไม่น่าเชื่อก็คือแม้ตัวการ์ตูนอย่างโดราเอมอน จะถือกำเนิดมายาวนานแต่ความนิยมของคนไทยกลับไม่ได้ลดลงเลย คนที่เคยดูการ์ตูนเรื่องนี้ตั้งแต่ตอนเป็นเด็กพอโตมาก็ยังคงนิยมดูกันอยู่อย่างไม่เสื่อมคลาย ว่าแล้วลองมาทำความรู้จักกับประวัติของเจ้าแมวอ้วนกลมสีฟ้ากันหน่อยดีกว่าว่ามีที่มาที่ไปอย่างไรกันบ้าง

ประวัติอันน่าสนใจของตัวการ์ตูนโดราเอมอน

สำหรับตัวโดราเอมอนถูกผลิตขึ้นจากโรงงานมัตซึชิบะในกรุงโตเกียว เมื่อวันที่ 3 กันยายน ศตวรรษที่ 22 โดยสถานะเวลานั้นคือการเป็นหุ่นยนต์สำหรับดูแลเด็กๆ ทว่าด้วยความผิดพลาดบางประการทำให้โดราเอมอน ไม่เหมือนกับหุ่นยนต์ดูแลเด็กตัวอื่นจำเป็นต้องมีการเข้าอบรม ในห้องเรียนพิเศษซึ่งต่อมาเขาก็ได้พบกับเพื่อนๆ กลุ่มโดราเอมอนนั่นเอง กระทั่งวันหนึ่งได้มีการจัดงาน โรบอต ออดิชั่น หรือ งานแสดงหุ่นยนต์ เป็นงานสำหรับการจัดแสดงความสามารถของบรรดาหุ่นยนต์ทั้งหลายซึ่งผ่านการอบรมเรียบร้อย แต่ด้วยความซนของเซวาชิตอนเด็กทำให้เขาไปกดปุ่มเลือกซื้อโดราเอมอนไว้ที่บ้าน นั่นทำให้แมวหุ่นยนต์โดราเอมอนเข้ามาอยู่ในตระกูลโนบิ ดั้งเดิมของตัวโดราเอมอนมีสีเหลือง มีหู 2 ข้าง ทว่าได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้นเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม เซวาชิได้มีการใช้หุ่นยนต์รูปหนูแก้ตัวรูปปั้นเพื่อจะสร้างไว้ให้โดราเอมอน แต่ปรากฏว่าหุ่นยนต์หนูดันเข้าใจผิดให้แก้ที่หูของโดราเอมอนทำให้หุ่นยนต์หนูไปกัดแทะใบหู ระหว่างที่เจ้าแมวหุ่นยนต์นอนหลับจนไม่สามารถซ่อมได้ ระหว่างรักษาตัวในโรงพยาบาลแฟนของโดราเอมอนก็มาเยี่ยม แต่พอรู้ว่าเหลือแต่หัวกลมเธอก็หัวเราะทำให้โดราเอมอนเสียใจมาก พยายามกินยาแก้โศกเศร้าแต่ปรากฏว่ายิ่งเศร้ากว่าเดิม ร้องไห้ไม่หยุด 3 วัน 3 คืนริมทะเล ทำให้สีลอกกลายเป็นสีฟ้าอย่างที่เราเห็นและกลายเป็นแมวหุ่นยนต์กลัวหนูไป

ความสามารถพิเศษของแมวอ้วนตัวนี้คือมีของวิเศษจากโลกศตวรรษที่ 22 มาให้ใช้มากมายซึ่งที่เราคุ้นเคยกันคือ คอปเตอร์ไม้ไผ่, ประตูไปไหนก็ได้, ไฟฉายย่อส่วน, ไฟฉายขยายส่วน เป็นต้น โดยอาหารที่โปรดปรานสุดๆ คือ ขนมโดรายากิ หรือ ขนมแป้งทอดนั่นเอง

 

วิทยายุทธ์ใน เคนอิจิ ลูกแกะพันธุ์เสือ

สำหรับการ์ตูนเรื่อง เคนอิจิ ลูกแกะพันธุ์เสือ ถือเป็นการ์ตูนญี่ปุ่นอีกเรื่องหนึ่งที่นำเสนอในเรื่องเกี่ยวกับศิลปะการป้องกันตัวที่มีความสำคัญต่อการใช้ชีวิตของคนเราเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ความโดดเด่นอีกอย่างของการ์ตูนเรื่องนี้ก็คือมีการนำเอาศิลปะมวยไทยพร้อมกับตัวละครคนไทยเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อหาด้วย ถูกเขียนขึ้นมาโดย มัตสึเอะนะ ชุน เป็นการนำเรื่อง สำนักเพี้ยนเซียนยุทธภพ มาทำการเขียนขึ้นใหม่ ในประเทศไทยการ์ตูนเรื่องนี้เป็นลิขสิทธิ์ของสำนักพิมพ์วิบูลย์กิจ เป็นเรื่องราวของเด็กหนุ่มนามว่า เคนอิจิ ที่ทำการเรียนรู้เกี่ยวกับการต่อสู้หลากหลายแขนงในช่วงจุดพลิกผันชีวิตตัวเองเมื่ออายุได้ 16 ปี แม้ว่าเขาจะเป็นคนไร้พรสวรรค์ด้านการต่อสู้แต่วันหนึ่งได้พบกับ มิอุ นักเรียนห้องเดียวกันและได้เห็นเธอต่อสู้กับนักเลงที่คิดจะมาทำมิดีมิร้ายกับตัวเธอส่งผลให้ เคนอิจิ ตัดสินใจไปเรียนศิลปะการต่อสู้ที่สำนัก เรียวซัมปาคุ ซึ่งที่นี่เองทำให้เขาได้ค้นพบกับวิทยายุทธ์หลากหลายรูปแบบ

วิทยายุทธ์ที่มีใน เคนอิจิ ลูกแกะพันธุ์เสือ

  1. ยูยิสสู – เป็นศิลปะการต่อสู้แบบญี่ปุ่น ลักษณะการต่อสู้ของการป้องกันตัวแบบยูยิสสูนั้นแต่ก่อนจะขึ้นอยู่กับการฝึกสอนของแต่ละสำนัก ส่วนใหญ่แล้วจะมีทั้งการโจมตี การล็อก การทุ่ม ขณะที่บางสำนักก็มีการฝึกให้ใช้อาวุธถึงขนาดเรียกว่าการต่อสู้ประเภทนี้เป็นวิชาที่มีครบถ้วนทุกอย่าง ทำทุกวิธีเพื่อให้คู่ต่อสู้ล้มลงให้ได้
  2. คาราเต้ – เป็นศิลปะการต่อสู้แบบญี่ปุ่นที่ผู้คนมักเข้าใจผิดว่าคือการฟันอิฐแต่จริงๆ แล้วนี่คือการต่อสู้ด้วยการใช้อวัยวะแทบทุกส่วนของร่างกายไม่ว่าจะเป็น กำปั้น เท้า สันมือ ศอก นิ้ว แต่พอถูกดัดแปลงให้กลายเป็นกีฬาจึงเหลือเพียงแค่มือกับเท้าเท่านั้น
  3. กังฟู – จัดเป็นศิลปะการป้องกันตัวหรือการต่อสู้ของประเทศจีน โดยในภาษาจีนกลางจะใช้คำว่า วูซู รูปแบบการต่อสู้มักจะแยกตามลักษณะที่เรียกว่า เจีย, พ่าย หรือเหมิน รวมไปถึงการออกกำลังกายที่มีความเกี่ยวข้องกันด้วยกับการจำลองทางกายภาพของสัตว์หรือวิธีด้านการอบรมจากแรงบันดาลใจตามปรัชญาจีน ศาสนา และตำนาน มุ่งเน้นเรื่องพลังงาน
  4. มวยไทย – เป็นศิลปะการต่อสู้ของไทย โดดเด่นในเรื่องเทคนิคการกอดคอต่อสู้ เน้นใช้การโจมตีจากทางร่างกายด้วยส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น หมัด, เท้า, เข่า, ศอก ถ้ามีการเตรียมพร้อมด้านร่างกายอย่างแข็งแกร่งจะทำให้การต่อสู้มีพลังมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ถูกยกย่องให้เป็นศิลปะการต่อสู้ที่อันตรายที่สุดแขนงหนึ่งส่งผลให้มวยไทยได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงหลังที่ผ่านมา

โปเกมอนระดับตำนาน

โปเกมอนถือเป็นการ์ตูนอีกเรื่องหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากในเมืองไทย เป็นการ์ตูนที่จะมีสัตว์ในตำนานทั้งหลายให้ได้เรียนรู้และสนุกกับความสามารถของพวกมันที่แต่ละตัวก็จะมีทีเด็ดต่างกันออกไป และนี่คือเหล่าโปเกมอนระดับตำนานที่น่าสนใจ

โปเกมอนระดับตำนาน

  1. Articuno – เป็นประเภทน้ำแข็ง/บิน ขนนกสีน้ำเงิน หางยาวกว่าตัว มีปีกน้ำแข็งสองข้างเวลากระพือจะทำให้อากาศรอบข้างหนาวเย็นถึงขั้นหิมะตก
  2. Zapdos – เป็นธาตุไฟฟ้า/บิน นกปากยาวแหลม ขนเหลืองกับดำ สามารถควบคุมไฟฟ้าได้ อาศัยอยู่ที่เมฆลูกที่มีประจุไฟฟ้า ถ้าฟ้าผ่าจะพลังเพิ่มขึ้น ถ้ากระพือปีกสองข้างทำให้เกิดพายฝนฟ้าคะนอง
  3. Moltres – ประเภทไฟ/บิน เป็นนกมีไฟลอยที่หัว หาง ปีกสองข้าง ควบคุมไฟได้อย่างอิสระ ตอนบินจะมีประกายไฟ ฟื้นฟูตัวเองด้วยการแช่ตัวในลาวา
  4. Mewtwo – เป็นโปเกมอนที่แข็งแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจและจัดได้ว่าเป็นตัวโปเกมอนที่มีความสามารถสูงสุดๆ ตัวหนึ่งเลยก็ว่าได้ เป็นโปเกมอนที่ถูกพัฒนามาจากมิว
  5. Mew –เชื่อกันว่าเป็นโปเกมอนในตำนานที่หายสาบสูญไป แถมยังเป็นโปเกมอนที่แข็งแกร่งและต่อกรได้ยากที่สุดตัวหนึ่งเลยก็ว่าได้
  6. Raikou – โปเกมอนในตำนานธาตุไฟฟ้า เปรียบได้กับเทพความเร็วของของสายฟ้า จะวิ่งไปเรื่อยพร้อมคำรามและปล่อยสายฟ้าออกมา เมฆฝนบนหลังมีพลังงานไฟฟ้ามากมาย
  7. Entei – โปเกมอนภูเขาไฟดั่งความเกรี้ยวกราดและรุนแรงของแม็กมา ถ้าคำรามออกมาภูเขาไฟสักแห่งบนโลกจะปะทุ ปล่อยระเบิดเพลิงที่กลืนกินทุกอย่างภายในพริบตา
  8. Suicune – โปเกมอนออโรรา ตัวแทนแห่งเมตตาของน้ำพุบริสุทธิ์และสายลมเหนือ ทำให้น้ำเสียกลับมาสะอาด ที่ใดที่ปรากฏก็จะมีลมเหนือพัดมาด้วย
  9. Lugia – จ้าวแห่งสมุทรเคยตื่นขึ้นเพื่อหยุดความหายนะจากปีกมายาทั้งสาม ควบคุมอากาศได้ ทำให้เกิดพายุติดต่อกันในทะเลหลายวันได้
  10. Ho-Oh – รูปร่างเหมือนขนนกสีแดง-ทอง หางเหลืองทอง สามารถชุบชีวิตได้ มักปรากฏตัวบ่อยครั้งในยามที่กำลังต้องการผู้ช่วย
  11. Celebi – โปเกมอนข้ามเวลา เดินทางข้ามเวลาได้จะปรากฏตัวเฉพาะตอนสงบสุขเท่านั้น
  12. Kyogre – โปเกมอนจ้าวสมุทรว่ากันว่าหลับใหลในทะเล ขยายระดับผืนทะเลด้วยการให้ฝนห่าใหญ่ตกลงมา
  13. Groudon – โปเกมอนจ้าวปฐพีอยู่ในแม็กมาใต้พื้นดิน ขยายแผ่นดินด้วยการปล่อยความร้อนทำให้น้ำแข็งแห้งไปจนกลายเป็นพื้นดิน
  14. Rayquaza – โปเกมอนจ้าวเวหาหลับใหลบนชั้นโอโซนเหนือก้อนเมฆมองไม่เห็นจากบนพื้นดิน อยู่มานานกว่าร้อยล้านปี บินทะลุชั้นโอโซนเพื่อหาสะเก็ดดาวกินเป็นอาหาร

ประวัติไอเทม 1000 ปี ยูกิโอ

การ์ตูนอย่างยูกิโอถือเป็นการ์ตูนยอดนิยมในยุคหนึ่งสมัยหนึ่งที่ต้องถือว่าเด็กไทยติดกันทั่วบ้านทั่วเมืองด้วยการเอาการ์ดยูกิมาต่อสู้กันรวมถึงยังมีการสมมุติตัวเองเป็นตัวละครในการ์ตูนเพื่อแข่งขันกันอีกต่างหาก ส่วนหนึ่งก็มาจากการที่การ์ตูนเรื่องนี้ได้รับความนิยมอย่างสูงในเมืองไทยจนทำให้เกิดการทำตาม ซึ่งส่วนหนึ่งของความสนุกสนานในการดูการ์ตูนเรื่องนี้ก็คือเหล่าบรรดาไอเทมพันปีที่จะว่าไปแล้วก็เหมือนกับสิ่งของที่ได้ถูกสร้างเอาไว้ในช่วงยุคอียิปต์โบราณ ยุคนั้นเป็นยุคที่มีความเชื่อเกี่ยวกับพระเจ้า ศาสนา และปีศาจ ไอเทมพันปีเหล่านี้เปรียบเสมือนได้กับตัวแทนข้ารับใช้ของฟาโรห์ที่คอยรับใช้หลังโลกแห่งความตายโดยไอเทมพันปีทั้ง 7 ชิ้นประกอบไปด้วยสิ่งต่างๆ ดังนี้

รู้จักกับประวัติของไอเทมพันปี

  1. ตัวต่อปริศนาพันปี – เป็นสถานที่ที่เชื่อว่าสิงสถิตของวิญญาณฟาโรห์ ผู้ที่มีการอุทิศชีวิตและยอมเสียสละตนเองกับการผนึกเทพปีศาจจากการต่อสู้เมื่อหลายพันปีก่อน จากนั้นได้กลับมาฟื้นคืนชีพอีกครั้งในการเป็นตัวตนของยูกิอีกคนแต่กลับไม่มีความทรงจำใดๆ หลงเหลืออยู่
  2. กุญแจพันปี – ไอเทมพันปีนี้ถูกครอบครองโดยซาดีห์ที่เดินทางมาจากอียิปต์ความสามารถก็คือเปิดเข้าไปดูจิตใจของแต่ละคนได้ นอกจากนี้ยังเห็นความลับภายในจิตใจของแต่ละคนได้ด้วย
  3. ตาชั่งพันปี – เป็นอีกหนึ่งไอเทมพันปีที่ถูกยึดครองเอาไว้โดยซาดีห์ คุณสมบัติโดดเด่นคือเอาไว้วัดจิตใจของคนว่าภายในจิตใจนั้นมีความดีหรือความชั่วอยู่กันแน่ เมื่อเกิดการวัดขึ้นแล้วตาชั่งฝั่งใดฝั่งหนึ่งเอียงลงหมายถึงคนนั้นมีความชั่ว ความโลภมากกว่าความดี
  4. วงแหวนพันปี – ครอบครองโดยบาคุระเพื่อนใหม่ของพวกยูกิ ภายในวงแหวนมีตัวตนของจอมโจรบาคุระในอดีตสิงอยู่ คุณสมบัติเด่นก็คือสามารถหาตัวผู้ครองไอเทมพันปีและย้ายวิญญาณบรรดาสิ่งมีชีวิตเอาไปไว้ในสิ่งของ
  5. นัยน์ตาพันปี – ได้รับการครอบครองจากเปกาซัส เป็นผู้ออกแบบเมจิกแอนด์วิซาร์ด คุณสมบัติเด่นสามารถมองทะลุจิตใจได้ อ่านได้ว่าคนนั้นกำลังคิดอะไรอยู่ พอรวมกับฝีมือในการเล่นเกมการ์ดทำให้เปกาซัสเก่งกาจแบบไร้เทียมทาน
  6. สร้อยคอพันปี – ครอบครองโดยอิชิซุ อิชูตัล เป็นหนึ่งในตระกูลของผู้ปกป้องสุสานแห่งฟาโรห์ มองเห็นอนาคตได้แม้ไม่ไกลมากแต่แม่นยำมาก
  7. คฑาพันปี – ครอบครองโดยมาริคน้องชายของอิชิซุ มีพลังร้ายแรงเรื่องการควบคุมจิตใจโดยเฉพาะคนจิตใจอ่อนจะสามารถถูกควบคุมได้ง่ายกว่าปกติด้วย

ประวัติการ์ตูนขึ้นหึ้ง ก้าวแรกสู่สังเวียน

การนำกีฬามาเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อเรื่องในการเขียนการ์ตูนถือเป็นอีกจุดเด่นสำคัญที่ทำให้การ์ตูนหลายๆ เรื่องประสบความสำเร็จอย่างมาก ด้วยความที่กีฬาคือสิ่งที่คนทั่วโลกรู้จักกันดีอยู่แล้วมันจึงขึ้นกับผู้แต่งว่าจะหยิบยกเอากีฬาประเภทไหนมาสร้างเป็นเรื่องน่าสนใจและกลายเป็นที่นิยมของผู้อ่านเท่านั้นเอง การ์ตูนเกี่ยวกับกีฬาเรื่องหนึ่งของญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมอย่างมากจนได้รับการยกย่องว่าดีที่สุดเรื่องหนึ่งก็คือ ก้าวแรกสู่สังเวียน สุดยอดการ์ตูนที่มีครบทุกรสชาติให้ผู้อ่านทุกคนได้ติดตาม

ก้าวแรกสู่สังเวียน สุดยอดการ์ตูนด้านกีฬา

ก้าวแรกสู่สังเวียนหรือชื่อตามภาษาญี่ปุ่นคือ Hajime no Ippo เป็นผลงานจากฝีมือของ โจจิ โมริคาว่า เริ่มต้นตีพิมพ์เป็นครั้งแรกเมื่อปี 2532 บนนิตยสารโชเน็นแม็กกาซีน ทุกวันนี้การ์ตูนเรื่องดังกล่าวก็ยังคงถูกลงในนิตยสารอย่างต่อเนืองและยังไม่มีทีท่าว่าตอนจบจะเป็นอย่างไร สำหรับในประเทศไทยเองได้มีการนำการ์ตูนเรื่องนี้มาตีพิมพ์ลงในนิตยสารเจ้าหนูยอดนักกีฬา ตั้งแต่ยุคที่การ์ตูนญี่ปุ่นยังไม่ได้มีเรื่องของลิขสิทธิ์เข้ามาเกี่ยวข้องจนกระทั่งภายหลังสำนักพิมพ์วิบูลย์กิจเองก็ได้เป็นผู้ถือลิขสิทธิ์การ์ตูนเรื่องนี้ในประเทศไทยก่อนจะทำการตีพิมพ์การ์ตูนเรื่องดังกล่าววางขายในประเทศไทยแบบเต็มตัวเพียงเจ้าเดียวเท่านั้น ในส่วนของการเป็นอนิเมะเริ่มต้นออกอากาศทางสถานีนิปปอนมาตั้งแต่ช่วงสิ้นเดือนตุลาคม 2543 จนถึงช่วงเดือนมีนาคม 2545 ความยาวทั้งหมด 76 ตอน

เรื่องย่อของก้าวแรกสู่สังเวียน

มาตุโนอุจิ อิปโป เด็กหนุ่มลูกชาวประมงที่มีนิสัยเป็นคนกตัญญู มีความขยันขันแข็งในตัวเอง ทุกวันก่อนไปโรงเรียนตัวเขาจะช่วยแม่ทำงานเสมอ พอถึงตอนกลับจากโรงเรียนเขาก็จะรีบกลับมาช่วยแม่ของเขาจัดของลงเรือส่งผลให้ตัวเขาไม่ค่อยมีเพื่อนมากนัก แถมยังเป็นคนที่มีนิสัยขี้ขลาด ไม่สู้คน อ่อนแอ ทำให้เขาเองถูกเพื่อนในชั้นเรียนกลั่นแกล้งอยู่บ่อยๆ ชีวิตของเขาก็ดำเนินเป็นปกติแบบนี้มาเรื่อยๆ กระทั่งมีอยู่วันหนึ่ง ทากามูระ มาโมรุ ได้เข้ามาช่วยเหลือตอนที่อิปโปกำลังโดนรังแกทำให้อิปโปประทับใจกับความสามารถของนากามูระ เริ่มต้นฝันอยากจะเป็นนักมวยแม้ว่าเขาจะรู้ดีถึงความยากลำบาก ความเจ็บปวดแต่อย่างน้อยที่สุดสิ่งนี้ทำให้เขารู้ว่ามันเป็นสิ่งที่เขารักมากที่สุด

ถือเป็นการ์ตูนอีกเรื่องที่ทั้งคนไทยและคนญี่ปุ่นชื่นชอบกันเป็นอย่างมาก เนื้อเรื่องถูกเขียนได้อย่างน่าอ่านสุด มีการผูกเรื่องที่น่าสนใจ ทำให้ก้าวแรกสู่สังเวียนเป็นการ์ตูนที่ครองใจแฟนๆ มาอย่างยาวนาน

แนะนำการ์ตูนเรื่อง Shokugeki no Soma

จุดเด่นของการ์ตูนญี่ปุ่นอย่างหนึ่งก็คือพวกเขามักนำการใช้ชีวิตประจำวันรวมถึงวัฒนธรรมประเพณีต่างๆ มาสร้างเป็นเรื่องราวอันน่าสนใจจนทำให้คนจำนวนมากรู้จักกับประเทศญี่ปุ่นมากขึ้น อาหารก็ถือเป็นวัฒนธรรมอีกประเภทที่ชาวญี่ปุ่นทั้งหลายมีความภาคภูมิใจอย่างมาก ทำให้พวกเขามักสร้างการ์ตูนที่เกี่ยวข้องกับการทำอาหารขึ้นมาบ่อยครั้ง และการ์ตูนเรื่องหนึ่งที่มีชื่อเสียงเกี่ยวกับเรื่องของอาหารก็คือ Shokugeki no Soma การ์ตูนอีกเรื่องที่มีความน่าสนใจและน่าติดตามเป็นอย่างมาก

Shokugeki no Soma การ์ตูนสุดสนุกที่น่าติดตาม

Shokugeki no Soma หรือที่รู้จักในชื่อภาษาไทยก็คือ ยอดนักปรุง โซบะ เป็นผลงานการ์ตูนมังงะชื่อดังจากนิตยสาร Weekly Shonen Jump แต่งขึ้นมาโดย Yuto Tsukuda พร้อมกันนี้ยังได้คนวาดภาพอย่าง Shun Saeki หรืออีกนามปากกาที่คนในวงการการ์ตูนรู้จักกันดีนั่นคือ Tosh จากสายของโดจินชิ ที่นักอ่านสายนี้ต่างก็ต้องคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ถูกเขียนและลงตีพิมพ์เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2012 ปัจจุบันนี้ก็ยังคงลงอย่างต่อเนื่องเพราะเนื้อหายังไม่จบ กระทั่งเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2015 Shokugeki no Soma ก็ได้มีโอกาสออกหน้าจอโทรทัศน์เป็นครั้งแรกในรูปแบบของแอนิเมชันทีวีซีรีย์ ได้สตูดิโอผู้สร้างงานสุดยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่นอย่าง J.C. Staff เป็นผู้ควบคุมหลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยนำการ์ตูนเรื่องดังกล่าวฉายผ่านอินเตอร์เน็ตในรูปแบบของ Vomic หรือ Voice + Comic เป็นมังงะแบบดิจิตอลที่ใส่สี เสียง ของทาง Weekly Shonen Jump เนื้อหาของ Shokugeki no Soma กล่าวถึงโรงเรียนสอนทำอาหารโทสึคิ โรงเรียนแห่งนี้ไม่ใช่แค่โรงเรียนสอนการทำอาหารเพื่อก้าวขึ้นไปเป็นพ่อครัวธรรมดาเท่านั้น แต่ที่นี่คือสังเวียนแห่งการต่อสู้เพื่อขึ้นสู่ความเป็นหนึ่ง จำเป็นต้องนำความรู้อันหลากหลายมาใช้ นอกจากนี้ต้องมีกลยุทธ์ทักษะ เทคนิคแบบเฉพาะตัวเพื่อชัยชนะ สิ่งเหล่านี้มันย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะฝ่าฟันอุปสรรคไปได้แบบสบายๆ เนื่องจากว่าทักษะของนักต่อสู้แต่ละคนในโรงเรียนแห่งนี้ก็จัดได้ว่าไม่ธรรมดาด้วยกันทั้งนั้น

ตัวละครที่น่าสนใจของ Shokugeki no Soma

  1. Soma Yukihira – เด็กหนุ่มผมสีแดง ตัวหลักของเรื่องเป็นลูกชายของเจ้าของกิจการอาหารชุด เขาเริ่มต้นฝึกทำอาหารตั้งแต่สี่ขวบ มีการวางเป้าหมายให้ตัวเองด้วยการเป็นพ่อครัวมือหนึ่งเพื่อต้องการเอาชนะพ่อเขาจึงเข้าไปเรียนที่โรงเรียนดังกล่าวนั่นเอง
  2. นาคิริ เอรินะ – สาวน้อยผมยาวทายาทตระกูลดังที่มีชื่อเสียงในวงการอาหารมาอย่างยาวนาน มีพรสวรรค์ด้านรสสัมผัสเหนือกว่าคนปกติจนได้รับฉายาว่า ลิ้นพระเจ้า ที่ร้านอาหารหลายร้านต่างยกย่อง
  3. ทาโดโคโระ เมกุมิ – สาวน้อยผมเปียที่คนในบ้านเกิดต่างรักใคร่ เดินทางจากหมู่บ้านแสนไกลเพื่อมาเรียนที่นี่แต่ฝีมือการทำอาหารจัดอยู่ในลำดับเสี่ยงต่อการโดนออก มองโซมะเป็นแบบอย่างที่ดี เก่งเรื่องการเล่นปิงปองมาก

ความสามารถของ พระเอก ดาร์คชไนเดอร์และ 4 จตุราชา ใน bastard อสูรร้ายจอมราชัน

ในยุคหนึ่งเมื่อประมาณ 20 กว่าปีก่อนการ์ตูนประเภทแฟนตาซีผสมผสานกับเวทมนตร์ถือว่าเป็นอะไรที่ฮิตติดลมบนกันแบบสุดๆ ชนิดที่ว่าคนติดกันทั่วบ้านทั่วเมือง ยิ่งในยุคนั้นหนังสือการ์ตูนถือเป็นความบันเทิงประเภทที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทำให้การ์ตูนหลายๆ เรื่องเองก็พลอยได้รับความนิยมไปด้วย และหากจะพูดกันถึงการ์ตูนประเภทแฟนตาซีเวทมนตร์ในยุคนั้นก็ต้องนึกไปถึงการ์ตูนสุดสนุกเรื่องหนึ่งที่ชื่อว่า bastard อสูรร้ายจอมราชัน ที่แม้ทุกวันนี้ตัวการ์ตูนเองยังไม่มีตอนจบที่สมบูรณ์แบบบวกกับยังไม่รู้ว่าเล่มต่อๆ ไปจะออกมาตอนไหน บางคนถึงกับบอกว่าไม่รู้ชีวิตนี้จะได้อ่านตอนจบของการ์ตูนเรื่องนี้หรือไม่ก็แล้วแต่มุมมองความคิดของแต่ละคน อย่างไรก็ตามตัวละครหลักที่ทำให้การ์ตูนเรื่องนี้สนุกก็มีอยู่ด้วยกันหลายตัวแต่หลักๆ ที่คนอ่านต้องรู้จักกันเป็นอย่างดีจะประกอบไปด้วยดาร์คชไนเดรอ์และ 4 จตุราชาอดีตลูกน้องของตัวพระเอกในเรื่องนั่นเอง

รู้จักกับความสามารถของพระเอกและ 4 จตุราชาใน bastard อสูรร้ายจอมราชัน 

ต้องย้อนความให้เข้าใจถึงการปูพื้นฐานการ์ตูนเรื่องนี้สักเล็กน้อย เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอาณาจักรเมทาลิกาน่าที่มีความสงบสุขมาอย่างยาวนานหลังจากสงครามครั้งใหญ่กว่า 15 ปีที่ผ่านมาทว่าในเวลานี้อาณาจักรดังกล่าวกำลังถูกบุกโจมตีด้วยพ่อมดออสบอร์นและกองทัพทำให้อาณาจักรเมทาลิกาน่ากำลังถึงเวลาล่มสลายเนื่องจากไม่สามารถต่อสู้ได้ทำให้อาณาจักรแห่งนี้ต้องพึ่งไปที่ความหวังสุดท้ายนั่นคือ ลูเซ่ เรนเรน หนุ่มน้อยที่รักการซักผ้าเป็นชีวิตจิตใจ แต่จริงๆ แล้วในร่างกายของเขาถูกฝังเอาไว้ด้วยพลังดาร์คที่ปิดตายในตัวเขา โดยในอดีตดาร์คชไนเดอร์พร้อมด้วยขุนพลทั้ง 4 ของเขาต้องการที่จะยึดครองโลกแต่มีผู้กล้าได้ปิดผนึกตัวดาร์คเอาไว้ในตัวของเขาทำให้เวลานี้เขาจำเป็นต้องใช้สิ่งที่เขามีในตัวออกมาต่อสู้กับอดีตลูกน้องของเขานั่นเอง โดยความสามารถของดาร์คชไนเดอร์พร้อมด้วย 4 จตุราชามีดังนี้

  • ดาร์คชไนเดอร์ – สุดยอดนักเวทมนตร์ที่มีความเก่งกาจมากที่สุดในโลก มีคาถาธาตุไฟที่ใช้เป็นพลังในการทำลายล้างขั้นสูง
  • อาเชส เน – เอลฟ์แห่งความืด ทีดาร์กชไนเดอร์เคยเก็บจากในป่ามาเลี้ยง ถือเป็นราชินีแห่งสายฟ้ามีทั้งดาบและเวทมนตร์เป็นอาวุธ
  • ได อามอน – แวมไพร์กล้ามใหญ่จอมดูดเลือดลูกน้องของอาเชส ชอบดูดเลือดศัตรูเพื่อให้หมดพลังได้
  • คาล ซู – จอมเวทย์ผู้มีคาถาความเย็นสามารถโจมตีได้ในวงกว้าง
  • อาบิเกล – นักบวชมืดแต่โดนเทพแห่งการทำลายล้างครอบงำ